ปฏิทินกิจกรรม
ราคาน้ำมันวันนี้
สภาพอากาศวันนี้

 
 
 
รอบรู้เรื่องแก๊สน้ำตา (Tear Gas)

รอบรู้เรื่องแก๊สน้ำตา (Tear Gas)


แก๊สน้ำตา หรือ Tear Gas จัดเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นฝุ่นผง เช่น แก๊สซีเอส แก๊สซีเอ็น แก๊สซีอาร์ และสเปรย์พริกไทย เมื่อออกฤทธิ์แล้วจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย

ฤทธิ์ของแก๊สน้ำตา

เมื่อโดนแก๊สน้ำตาจะทำให้มีอาการน้ำตาไหล ซึ่งถือเป็นกลไกปกติของร่างกายที่จะช่วยขับสารเคมีออกไปจากดวงตา แก๊สน้ำตาทำให้แสบตา เยื่อบุตาบวมแดง ลืมตาไม่ขึ้น ต้องกระพริบตาตลอดเวลา หรืออาจทำให้มองไม่เห็นชั่วคราว และยังทำให้เกิดแผลที่กระจกตา หากถูกกระแทกโดยตรง หรือมีเลือดออกในตา ซึ่งการมีแผลที่ผิวตาอาจส่งผลให้มีการติดเชื้อในภายหลังได้ แก๊สน้ำตามีผลต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย กล่าวคือทำให้แสบจมูก มีน้ำมูกไหล อาจคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย มีอาการไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก หลอดลมตีบ รวมทั้งหายใจไม่ออก หากได้รับในปริมาณที่มาก

กรณีที่โดนผิวหนังจะทำให้เกิดอาการแสบคันและบวมแดง แก๊สน้ำตาจะออกฤทธิ์ทันทีที่สัมผัสประมาณ 10 – 30 นาที จนถึง 24 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ หากได้รับในปริมาณที่เข้มข้นมากและอยู่ในที่ที่ไม่มีอากาศถ่ายเทจะทำให้มีอาการรุนแรงขึ้น

ข้อควรปฏิบัติในเบื้องต้นหากสัมผัสโดนแก๊สน้ำตา

แนะนำให้ออกไปอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่มีควันแก๊สน้ำตา เพื่อให้สารเคมีระเหยออกไป ควรถอดเสื้อที่ปนเปื้อนสารเคมีออก และใส่ไว้ในถุงที่ปิดมิดชิด พยายามอย่าให้เสื้อผ้าเปียกเพราะสารเคมีจะละลายติดตามร่างกายได้ จากนั้นให้รีบสั่งน้ำมูก ถ่มน้ำลายและไอออกมา รีบล้างตาด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด กรณีที่หาน้ำเกลือไม่ได้ควรล้างตาด้วยการปล่อยให้น้ำไหลผ่านดวงตาเบาๆ ระยะหนึ่ง เพื่อให้น้ำชะล้างแก๊สน้ำตาออกไปให้หมด

แก๊สน้ำตา (Tear Gas)

สำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ควรรีบถอดคอนแทคเลนส์ออกด้วยมือที่สะอาดและไม่ควรนำกลับมาใช้อีก เนื่องจากเลนส์อาจจะจับสารเคมีเข้าไปในลูกตาได้ และหากมีแผลที่กระจกตา ให้ใช้ยาหยอดตาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด หรืออาจหยอดยาชา เพื่อช่วยบรรเทาอาการและปิดตาไว้ ทั้งนี้ต้องได้รับการปรึกษาจากจักษุแพทย์ก่อนเพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกต้อง

แม้ว่าแก๊สน้ำตาจะเป็นสารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายมาก แต่ก็มีรายงานว่าเคยมีผู้เสียชีวิตจากการใช้แก๊สน้ำตา นอกจากนี้แก๊สชนิดนี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง ปอดบวมน้ำ เลือดออกในปอด รวมไปถึงปอดอักเสบ

ทางด้านหน่วยงานป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยมีส่วนผสมของตัวทำละลายที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง เป็นพิษต่อยีนที่สามารถเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในร่างกาย และหากตัวทำละลายเหล่านี้มีความเป็นพิษสูง จะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ หัวใจเต้นแรง เห็นภาพหลอน ส่งผลกระทบต่อปอดและระบบย่อยอาหาร

ป้องกันแก๊สน้ำตา

การป้องกันแก๊สน้ำตาสามารถทำได้โดยการสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา ได้แก่ แว่นป้องกันที่มีเลนส์กันแตก และหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันใบหน้าและดวงตาได้ดี ควรเลือกแบบที่ปกปิดใบหน้าได้พอดี พร้อมด้วยเครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ปิดปากและจมูก นอกจากนี้ควรใส่เสื้อผ้าที่ปกป้องผิวหนังได้ทั้งหมด และสวมถุงมือที่มีความหนาด้วย

แก๊สน้ำตา (Tear Gas)

ที่มา: http://www.ความรู้รอบตัว.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/tear-gas.html
วันที่บันทึก 2017-10-15 22:34:11
แก้ไข : 2017-10-30 16:10:38
ผู้บันทึก : admin

Published ©2017 all right reserved.